ยิงแอดโฆษณาเองต้องใช้งบเท่าไหร่ จ้างเอเจนซี่ Google Ads ดีไหม ?
การเริ่มต้นทำโฆษณาบน Google เราไม่สามารถใช้แค่เพียงงบประมาณที่ทุ่มลงไป แล้วจะคาดหวังถึงผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจได้เสมอไป ยิ่งเป็นธุรกิจขนาดเล็กที่อาจไม่ได้มีเงินทุนมากนัก ที่จะนำไปลงทุนสำหรับการจ้างเอเจนซี่ Google Ads แล้วทุ่มงบแบบจัดหนักจัดเต็มขนาดนั้น บทความนี้เราจะพาทุกคนมาแนะนำว่า ช่วงเริ่มต้นของการทำโฆษณา Google Ads ควรเริ่มอย่างไร ต้องใช้งบประมาณมากน้อยเพียงใดถึงจะเห็นผล แล้วควรมอบหา “เอเจนซี่” ที่รับทำโฆษณาหรือไม่ ตอบทุกข้อสงสัยได้ในบทความนี้
อย่าเพิ่งจ้างเอเจนซี่ Google Ads หากคุณยังไม่ได้ “ตั้งเป้าหมาย”
การจ้างเอเจนซี่ Google Ads นั้นไม่ใช่เรื่องที่ผิด หากคุณยังไม่มีความชำนาญด้านการตลาด และธุรกิจของคุณยังไม่มีทีมงานที่จะเข้ามารับบทบาทในส่วนนี้ แต่ถึงอย่างไรควรจะต้องมีการกำหนด “เป้าหมายที่ชัดเจน” ของการทำโฆษณา Google Ads ในครั้งนี้ว่าอยากให้มีผลลัพธ์ออกมาเป็นในรูปแบบใด จากนั้นถึงค่อยว่ากันในเรื่องของ “งบประมาณ” ว่ามีงบประมาณมาลงในส่วนนี้เท่าไหร่ ทุ่มทุนได้มากน้อยแค่ไหน เมื่อเห็นตัวเลขแล้วก็ค่อยตัดสินใจอีกทีว่า จะเลือกทำโฆษณาด้วยตนเอง หรือ ใช้บริการของบริษัทรับทำ Google Ads แบบไหนจะคุ้มค่าที่สุด
3 เทคนิคหาลูกค้าใหม่ด้วย Google Ads ด้วยงบประมาณที่คุ้มค่ามากที่สุด
สำหรับธุรกิจที่กำลังมองหา “ลูกค้า” ด้วยการทำ Google Ads แต่ยังขาดความชำนาญในศาสตร์นี้ เราขอแนะนำ 3 เทคนิคที่จะเข้ามาช่วยให้คุณสามารถคุมงบประมาณได้ดีที่สุด พร้อมกับได้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจมากที่สุดไปพร้อม ๆ กัน
1. ต้องวัดผลให้แม่นยำ
เริ่มจากตั้ง Conversion ที่สะท้อนให้เห็นถึง “รายรับจริง” ซึ่งจำเป็นต้องใช้งานเครื่องมืออย่าง Google Analytics 4 ให้ชำนาญเสียก่อน ถึงจะสามารถวัดผลออกมาได้อย่างแม่นยำ ด้วยการเปิด Enhanced Conversions ตามจริงแล้วก็ยังมีวิธีอื่น ๆ อีกมากมาย แต่วิธีนี้จะนิยมใช้งานมากที่สุด เมื่อวิเคราะห์ข้อมูลแล้วจะเห็นว่า ต้องใช้งบประมาณกับแคมเปญนี้เป็นจำนวนเงินเท่าไหร่
2. คีย์เวิร์ดที่ใช้ต้องเป๊ะ
คีย์เวิร์ดที่จะใช้สำหรับการทำ Google Ads ควรต้องแยกให้ชัดเจนระหว่าง คีย์เวิร์ดแบบ “พร้อมซื้อ” และ คีย์เวิร์ดแบบ “หาข้อมูล” ตรงนี้ต้องใช้ความชำนาญพอสมควร เพื่อจะได้เลือกคีย์เวิร์ดที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแคมเปญโฆษณา ลดการใช้คำที่สิ้นเปลืองออกไป เลือกใช้คำที่จะกระตุ้นให้เกิดยอดขายที่แท้จริง นอกจากเป็นการประหยัดงบประมาณแล้ว ยังเป็นการกระตุ้นยอดขายอย่างตรงจุดอีกด้วย
3. ขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ
จาก 2 เทคนิคข้างต้น จะเห็นได้เลยว่า ต้องมีความชำนาญด้านการตลาด และต้องมีประสบการณ์ด้านการทำ Google Ads พอสมควร ถึงจะสามารถจัดการงบประมาณให้คุ้มค่ามากที่สุด เพราะฉะนั้นหากคุณยังไม่มีความชำนาญด้านนี้ ก็ควรมองหาที่ปรึกษาด้าน Google Ads ไม่ว่าจะเป็นการรับสมัครทีมงานเข้ามาช่วย หรือ มองหาเอเจนซี่โฆษณามารับหน้าที่เป็น Outsource ก็ได้เช่นเดียวกัน
บทส่งท้าย
บางครั้งการใช้งาน “ผู้เชี่ยวชาญ” ให้มารับหน้าที่ในการดูแลเรื่องแคมเปญโฆษณา ก็ไม่ได้ทำให้งบประมาณนั้นบานปลายแต่อย่างใด กลับเป็นการประหยัดงบประมาณเสียด้วยซ้ำ เนื่องจากเงินที่เสียไปนั้นถูกนำไปใช้อย่างเกิดประโยชน์สูงสุด ไม่ได้ถูกนำไปใช้เพื่อลองผิดลองถูก หรือ ใช้กับแคมเปญโฆษณาที่อาจไม่ได้เห็นผลจริง
สุดท้ายนี้หากคุณกำลังมองหาเอเจนซี่ Google Ads ที่จะเข้ามาช่วยดูแลแคมเปญโฆษณาให้กับคุณ MEAWBOK พร้อมให้คำปรึกษา เราคือทีมงานการตลาดออนไลน์ที่มีประสบการณ์สูง ช่วยให้คุณวางกลยุทธ์การตลาดได้อย่างแม่นยำ และช่วยคุมงบประมาณไม่ให้บานปลาย หากสนใจติดต่อสอบถามได้ผ่านช่องทางดังต่อไปนี้
แชร์บทความนี้
ลงโฆษณา Google Ads แต่ยอดขายไม่พุ่ง ความครีเอทีฟส่งผลหรือไม่ ?
เคยเป็นกันไหม ? ลงโฆษณา Google จนงบประมาณที่ไหลดั่งสายน้ำ แต่กลับกลายเป็นว่ายอดขายกลับไม่ได้เป็นดั่งฝัน แน่นอนเมื่อมีปัญหาแบบนี้ ปัญหามักจะถูกเพ่งเล็งมาที่ “ความครีเอทีฟ” เป็นจุดแรก ๆ เพราะคนส่วนมากมักจะบอกว่า เมื่อแอดโฆษณาขาดความความครีเอทีฟ จะทำให้ยอดขายไม่ได้เป็นอย่างที่ตั้งเป้าหมายเอาไว้ บทความนี้เราจะมาไขข้อสงสัยนี้ไปพร้อม…
PPC คืออะไร? ต่างจาก SEO ยังไง เลือกแบบไหนดีสำหรับ SME
PPC (Pay-Per-Click) คือโฆษณาออนไลน์ที่จ่ายเงินเมื่อมีคนคลิกเท่านั้น เช่น Google Ads, Facebook Ads ข้อมูลปี 2026 ระบุว่า PPC ได้ ROI เฉลี่ย…
Facebook Ads Manager คืออะไร ใช้งานยังไง ฉบับมือใหม่ปี 2026 (จบครบในที่เดียว)
เคยเป็นกันไหม ? กดปุ่ม Boost Post รัวๆ จนงบประมาณบานปลาย แต่ยอดขายกลับไม่ได้ดั่งใจ บางครั้งก็เผลอใจไปคิดว่า “หรือเราดวงไม่ดี” ทั้งๆ ที่ปัญหาจริงๆ อาจไม่ได้อยู่ที่งบหรือดวง แต่อยู่ที่ “เครื่องมือ”…
Google Trends คืออะไร? วิธีใช้หา Keyword เด็ดสำหรับ SEO + Google Ads
Google Trends คือเครื่องมือฟรีจาก Google ที่วิเคราะห์ความนิยมของคำค้นหาแบบ Real-time ช่วยให้คุณเห็นว่าคนกำลังสนใจอะไร ณ ตอนนี้ ต่างจาก Keyword Planner ที่บอกแค่อดีต Google Trends…

